เคล็ดไม่ลับสำหรับรับมือการตีตราและการถูกคุกคามในชีวิตประจำวัน

 

การตีตราคืออะไร

การตีตรา คือการที่สังคมไม่เห็นด้วยกับลักษณะของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือความเชื่อของบุคคลหรือกลุ่มคนซึ่งขัดกับวัฒนธรรมหรือแบบแผนที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป การตีตราจากสังคมยังนำไปสู่การถูกมองข้ามหรือแบ่งแยก ซึ่งความหมายถึงการที่ลักษณะหรือความเชื่อของบุคคลหรือกลุ่มคนใดทำให้เขาเหล่านั้นถูกแบ่งแยกหรือกีดกันออกไปจากคนกลุ่มใหญ่ในสังคมหรือได้รับโอกาสที่ไม่เท่าเทียมในการได้รับการศึกษา บริการด้านสุขภาพ หรือต้องอาศัยในชุมชนที่ไม่น่าอยู่ เป็นต้น

อะไรคือการตีตราที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี

การตีตรา หมายถึงความคิดและความเชื่อที่เชื่อมโยงปัญหาทางกาย เช่น ผู้มีเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เข้ากับพฤติกรรมหรือกลุ่มคนในทางลบ เช่น เชื้อเอชไอวีมักจะถูกเชื่อมโยงกับการมีคู่นอนหลายคน การขายบริการทางเพศ หรือการใช้สารเสพติดแบบใช้เข็มฉีดยา

รูปแบบของการตีตรามีอะไรบ้าง

การตีตรามีด้วยกัน 4 รูปแบบ

  1. การตีตราเนื่องจากลักษณะอาการที่มองเห็นได้ของโรคหรือความทุพพลภาพ เช่น ผอมมาก อ้วนเกินไป โรคเรื้อน หรือความพิการจนนั่งรถเข็น รวมถึงผู้ติดเชื้อที่เริ่มแสดงอาการ
  2. การตีตราเนื่องจากลักษณะเฉพาะหรือพฤติกรรมของบุคคลที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ เช่น การเป็นอาชญากร ชายบริการทางเพศ รักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ หรือติดยาเสพติด
  3. การตีตราจาการมีเชื้อชาติ สัญชาติ หรือนับถือศาสนาที่แตกต่างจากประชากรส่วนใหญ่ในสังคม
  4. การตีตราตัวเองเกิดจากการที่คนบางคนในสามกลุ่มข้างต้นแยกตัวเองออกจากวิถีชีวิต โดยทั่วไปเนื่องจากตีตราตัวเองเพราะกลัวปฏิกิริยาทางลบจากสังคมต่อลักษณะบางประการของตน เช่น การเป็นคนที่รักเพศเดียวกัน เป็นต้น

ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายต้องเจอกับการตีตราแบบใดบ้าง

การตีตราที่มีต่อชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายมีอยู่ด้วยกัน 5 ลักษณะ คือ
1.การตีตราเนื่องจากรสนิยมทางเพศ (เช่น คุณเป็นคนไม่ดีเพราะคุณเป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย)
2.การตีตราเนื่องจากพฤติกรรมทางเพศ (เช่น คุณเป็นคนไม่ดีเพราะมีคู่นอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร)
3.การตีตราจากการขายบริการทางเพศ (เช่น คุณเป็นคนไม่ดีเพราะคุณเป็นโสเภณี)
4.การตีตราเพราะเป็นโรคบางอย่าง (เช่น คุณเป็นคนไม่ดีเพราะคุณติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์)
5.การตีตราจากพฤติกรรมทางสังคมหรือการแสดงออกของตัวเอง (เช่น คุณเป็นคนไม่ดีเพราะคุณแสดงออก หรือทำตัวเป็นหญิงมากเกินไป) ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายส่วนใหญ่มักถูกตีตรามากกว่าหนึ่งรูปแบบ

ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายตีตราหรือรังเกียจกันเองหรือไม่ อย่างไร

ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายตีตราหรือรังเกียจกันเองเช่นเดียวกับกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งมีรูปแบบของการตีตราเนื่องมาจากสาเหตุดังนี้

  1. การเป็นชนกลุ่มน้อยหรือมีพื้นเพมาจากชนกลุ่มชาติพันธ์ดังกล่าว
  2. การเป็นคนต่างจังหวัด หรือบ้านนอก รวมไปถึงศาสนาที่นับถือ หรือสถานะทางสังคมที่มองเห็นจากภายนอก
  3. การถูกมองว่าขายบริการทางเพศ
  4. การถูกมองว่าสำส่อนทางเพศ
  5. การมีเชื้อเอชไอวี
  6. อัตลักษณ์ทางเพศ เช่น คนข้ามเพศอาจถูกชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายคนอื่น ๆ ตีตรา หรือชายเป็นไบ (มีเพศสัมพันธ์กับทั้งชายและหญิง) อาจถูกรังเกียจทั้งจากชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและชายรักหญิงทั่วไป
  7. พฤติกรรมการแสดงออก ซึ่งอาจถูกมองว่าไม่เหมะสม

จะทำอย่างไรดีเมื่อต้องเผชิญกับการตีตรา

เมื่อต้องเผชิญกับการตีตรา เราสามารถที่จะ

  1. ไม่ใส่ใจและใช้ชีวิตตามปกติต่อไป
  2. หลีกเลี่ยงการสนทนาในเรื่องนี้ต่อไปโดยการทำให้เป็นเรื่องตลก
  3. เปิดเผยกับเพื่อนที่ไว้ใจได้ ที่ปรึกษาหรือใครสักคนที่สามารถให้กำลังใจเราได้
  4. เขียนบันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่เราพบเจอและความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งนั้น ๆ
  5. เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มที่ให้การสนับสนุน
  6. เผชิญหน้าแต่ต้องแน่ใจว่า การเผชิญหน้าจะไม่นำไปสู่อันตรายต่อร่างกายของเรา เช่น ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย วิธีการเผชิญหน้าได้แก่
  • ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิด
  • ขอความเห็นใจและความเข้าใจ
  • พูดคุยหรืออธิบายในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา
  • ในบางประเทศเราอาจแจ้งความกับตำรวจเพื่อปกป้องตัวเราเองได้

เราจะลดการตีตราได้อย่างไร

เนื่องจากการตีตราส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่สังคมโยงเส้นเชื่อม “พฤติกรรมที่ไม่ดี” เข้ากับ “โรค” ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับการตีตราคือการเปิดเผยและเพิ่มความรู้ความเข้าใจให้คนทั่วไปได้เข้าใจว่าเอชไอวีเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่จำกัดเฉพาะ “คนพวกนั้น” ยูเอ็นเอดส์มีสโลแกนอยู่ว่า “ทำลายความเงียบ” (Break the Silence) ให้สังคมเข้าใจว่า ผู้ติดเชื้อก็มีตัวตนเหมือนกัน และไม่ได้เป็นคนไม่ดีหรือคนที่มีพฤติกรรมไม่ดี อย่างที่เข้าใจกัน

บางครั้งการตีตราก็เกิดจากความกลัวในสิ่งที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนหรือสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ดังนั้น การให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีว่าสามารถติดต่อกันได้ทางใดบ้าง และที่สำคัญคือพฤติกรรมใดไม่เสี่ยงต่อการติดต่อ จะสามารถช่วยลดความกลัวลงได้ และเมื่อความกลัวลดลงการตีตราและการรังเกียจผู้ติดเชื้อก็ลดลงไปด้วย

Happy gay couple holding hands watching sunset on the beach

เราจะตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองได้อย่างไร

เราสามารถเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับตัวเองและสร้างความเชื่อมั่นและความเคารพตัวเองได้โดย

  1. โน้มน้าวให้ผู้อื่นชื่นชมเราโดยเป็นฝ่ายชื่นชมเขาก่อน เช่น พูดถึงสิ่งที่เขาสามารถทำได้ดี หรือสิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับตัวเขา ข้อดีของเขา เป็นต้น
  2. คิดในทางบวกกับตัวเอง แต่บางครั้งก็ไม่ บางครั้งมโนสำนึกเตือนย้ำว่าเราทำผิด และบางครั้งเราก็ไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ซึ่งล้วนเป็นการคิดในทางลบ
  3. ไม่มีใครไม่เคยคิดผิด และความผิดพลาดถือเป็นครู การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดีและเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่เราทำผิด
  4. การที่เรามีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งช่วยให้เรามีความมั่นใจ ดังนั้นจงมองในข้อดีของตัวเอง และเมื่อกำลังรู้สึกไม่ดีจงบอกกับตัวเอง “แต่เราก็ยังมีดีในเรื่อง…….”