เป็นเกย์..แล้วไง EP. 11

เป็นเกย์..แล้วไง EP. 11

บทเรียนจากไอ้โอ

ผมไม่ได้เขียนเรื่องมาเป็นอาทิตย์แล้วพร้อมกับอีกเพจหนึ่งที่ผมเขียนในเพจ.. ชื่อ… เมื่อผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้า… ก็เช่นกันที่ผมไม่ได้มีความคิดและอยากจะเขียนเรื่องอะไรเลยไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร สมองมันไม่แล่นปรื๊ดปร๊าดเหมือนก่อนหน้านี้

แต่เช้านี้ตื่มาแต่เช้าอากาศเย็นๆเหมือนตอนที่ผมเรียนอยูมหาวิทยาลัยในภาคเหนือที่สวยงามอยู่เชิงดอยที่วัยรุ่นสมัยนั้นอยากเข้าไปเรียนกัน

ผมมีเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุุ่มทีเอ็นติดจากกรุงเทพฯ โรงเรียนดัง 3 คนและอีก 5 คนจากโรงเรียนดังในภาคเหนือเช่นกัน เรามารวมตัวกันด้วยอย่างไร เราจำไม่ได้แต่เรา8คนสนิทกันพากันไปไหนด้วยกันด้วยรถเครื่อง(มอเตอร์ไซค์)ที่มีกันเกือบทุกคน พวกเราเป็นเด็กกิจกรรมทำสต๊าฟเชียร์จากคณะที่มีหลายเมเจอร์ ไม่เคยรวมตัวมาซ้อมเชียร์ได้เลยเพราะการแบ่งแยกเมเจอร์กันชัดเจนต่างคนต่างรับน้องของตนเอง

ตอนปลายปี1 ในกลุ่มเรามีชาย 2 คนหญิง1คนได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะและเพื่อนๆอีก 5 คนในปีนั้นรวม 8 คนตั้งใจเป็นสต๊าฟเชียร์อย่างแน่วแน่ แต่บนแสตนเชียร์มีคนอยู่ไม่ถึง50 คน แต่เราก็ยังมีสปิริตร้องเชียร์บูมกันอย่างเต็มที่ ผลคือเราติดอันดับแบบบ๊วยๆเหมือนทุกปีที่ผ่านมา….ตอบได้เลย เหนื่อยโคตรๆ แม้จะพ่ายแพ้แต่เราก็เก็บไว่เป็นประสบการณืและความทรงจำที่ดี….ไม่เคยลืม

พอเรามาอยู่ปี 2 เราเป้นพี่แล้วเว้ย โคตรภูมิใจ พอถึงเวลาแข่งกีฬาคณะ เรา 8 คนก็ช่วยกันออกแบบและจัดทำแสตนเชียร์อย่างสวยงาม นักศึกษาแซ่บๆ 8 คนนี้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มชื่อ กลุ่มแมงมุม ที่ในมหาลัยรู้จักกันดี ในปีนั้นเรา8คนตั้งปณิธานว่าปีนี้เราจะต้องติดอันดับ1ใน3 ให้ได้ และปีนั้นความหวังเราก็เป็นจริงคณะเราได้ที่1 ร่วมกับคณะวิดยาที่เป็นแชมป์มาทุกปี พวกเราดีใจกันมาก แมงมุมกลุ่มนี้เริ่มสนิทมากขึ้น เราสนิทและอยูด้วยกันเรียนด้วยกันสี่ปีเต็ม

เมื่อจบมาแล้วพวกเราต่างแยกย้ายกันไปทำงานไปเรียนต่อต่างประเทศ นานๆเราก็จะพบกันที่ และเหตุการณ์ในวันหนึ่งก็เกิดขึ้น เมื่อตั้มเพื่อนของผมโทรมาบอกว่าโอหนึ่งในแมงมุมของเราติดเชื้อเอชไอวี แต่โอไม่ยอมรับ ตอนนั้นโอได้เข้าโรงพยาบาลแล้วด้วยโรคปอด ตั้มบอกให้ช่วยหน่อยเพราะผมทำงานในองค์การที่ทำงานด้านนี้ ผมพยายามติดต่อหาโอ ตอนนั้นโอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผมพยายามติดต่อไปหา โอเพื่อนสนิทอารมณ์ดีที่เป็นคนสนุกสนานเป็นตัวโจ๊กในกลุ่ม ผมพยายามเจราจากับโอว่า ผมทำงานองค์กรแบบนี้ มีเพื่อนหรือใครที่ติดเชื้อบอกผมได้ผมมีเครือข่ายที่สามารถช่วยเหลือเหลือได้ เราคุยกันบ่อยขึ้น จนผมไม่ไหวแล้ว เลยถามโอไปตรงๆ ว่า มีคิง(ภาษาเหนือคือคุณ)นอนป่วยเพราะโรคปอดมานานคิงได้ตรวจหาเอชไอวีไหม โอตอบทันทีว่า… ฮา(ฉัน)ตรวจแล้ว ไม่ได้เป็นเป็นแค่ปอดอักเสบ แล้วเราก็หยุดการพูดเรื่องนี้กันไป

ผมโทรหาตั้มบอกว่าโอไม่ยอมรับว่า ผมไม่รูจะช่วยอย่างไร โอไม่ยอมเปิดเผยเลย เราได้แต่น้ำตาซึม

จนกระทังวันหนึ่งผมได้ข่าวจากตั้มอีกครั้งว่าโอตอนนี้เอชไอวีทำให้โอเริ่มมองไม่เห็นแล้ว ผมตกใจมาก ความตั้งใจในเวลานั้นคือต้องไปหาโอให้ได้ เพื่อสักครั้งจะได้เจอเพื่อนสนิท และก็ไม่นึกเลยว่าการเจอครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอกับโอ

พอแค่นี้ก่อนนะยาวมากเลย เดี๋ยวคุณๆจะเบื่อเสียก่อน เดี๋ยวตอนต่อไปผมจะมาเล่าต่อถึงชีวิตภายใต้การติดเชื้อ มันบาดเจ็บอย่างไรหากไม่รับยาต้าน เผื่อจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนที่เป็นหรือที่สงสัยจะตัดสินใจและกล้าที่จะเดินไปตรวจหาเชื้อ เผื่อเรื่องเล่าของโอในการเขียนครั้งนี้ จะมีส่วนช่วย และเผื่อจะเป็นกุศลจาการจากไปของโอ เพื่อนที่น่ารักของเรา…

เจอกันตอนต่อไปนะครับ
แอดมิน.คนเดิม

Leave your comment